ช่วงเวลาที่ยากเย็น
posted on 15 May 2012 15:40 by homesweethome
นอน รพ อยู่สามวัน ฉันพยายามแข็งแรงและช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะได้ ไปดูแลลูก
ด้วยตัวเอง ที่ห้องเด็กอ่อน
ได้เห็นและได้สัมผัสลูก แต่ก็ไม่อาจช่วยอะไรได้ นอกจากยืนน้ำตาไหล
สามวันแรกเราแม่ลุกไม่ได้สัมผัสกันเลยแม้แต่น้อย
ผ่านไปวันที่สี่ถึงจะได้อุ้มลูกที่ตัวเล็กมากมาอยู่ในอ้อมแขนของตัวเอง
และเริ่มให้นมลูกในวันนั้นด้วยเช่นกัน
มีแม่ๆและทารกน้อย ในห้องนั้นราวสามสิบชีวิต ที่ประสบปัญหาที่หนักกว่าเราบ้างน้อยกว่าเราบ้าง
บางครั้งอดน้ำตาไหลแทนคนอื่นไม่ได้
ลูกอยู่ในตู้อบแทบทุกวันทำให้ต้องบีบนมและใส่ช้อนคอยป้อนให้ลูกกินเป็นเวลา
ทุกวันที่นอน รพ มีเธอ อยู่เป็นเพื่อน(นอนห้องพิเศษ)แต่เธอคงเคลียดเพราะไม่สามารถ
ทำอะไรได้นอกจากไปเยี่ยมลูกได้วันละครึ่งชั่วโมงเท่านั้น และะรอฉันกลับมานั่งเล่าเรื่องราวให้ฟังทุกวัน
พอวันที่สี่หมอบอกว่าฉันสามารถกลับบ้านได้แต่จะย้ายไปอยู่ตึกเดียวกับลูกและดูแลลูกก็ได้
แต่เธอก็ยังห่วงว่าฉันอาจดูแลตัวเองไม่ได้เพราะแผลที่ผ่าตัดยังไม่หายดี
เธอดึงดันที่จะอยู่ห้องพิเศษต่อเพื่อที่จะอยู่ด้วยกัน ฉันอดสงสารเธอไม่ได้ เพราะการที่ได้แต่ยืนดูอยู่เฉยๆ
ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านั้น ทำให้รู้สึกแย่กว่ากันมากนัก
ฉันจึงพยายามหลายครั้งมากที่ให้เธอกลับบ้านก่อน
วันที่หกลูกตัวเหลืองมาก หมอว่าต้องถ่ายเลือด ในขณะที่พยาบาลเริ่มเจาะเข็มเพื่อเตรียมให้เลือด
แม่ก็ไม่มีสติพอที่จะอดทนดูอยู่ได้ ออกมานั่งปิดหน้าร้องให้อย่างหนัก
คิดไม่ถึงว่าอาการของลูกจะมากมายขนาดนั้น มีแม่ๆหลายๆคนมานั่งปลอบใจอยู่ใกล้ๆ
และทำให้มองย้อนกลับไปว่ายังมีคนอื่นแย่กว่าที่เราเป็นมากนัก และฉันต้องเข้มแข็งเพื่อลูก
บางวันลูกตัวร้อนมากและมีไข้ขึ้นเพราะการส่องไฟ บางวันลูกตัวเย็นมาก ซึ่งเป็นอาการที่น่ากลัวกว่าตัวร้อนมาก
เพราะอาจหน้าเขียวและช็อคได้ ต้องทำให้ลูกร้องและตัวอุ่น
ช่วงที่อยู่ในตู้อบลูกน้ำหนักจะลดลงเรื่อยๆ จาก 2010กรัม จนลงมาถึง 1750กรัม
จนฉันอดน้ำตาไหลบ่อยๆไม่ได้ เพราะทุกวันลูกจะต้องโดนเจาะเลือดตามแขนและขาไม่ต่ำกว่าวันละ 4เข็ม
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทรมานมากสำหรับฉัน
หลังจากที่ถ่ายเลือดแล้วลูกมีอาการดีขึ้นมาบ้างแต่ก็ยังมีอาการตัวเหลืองซึ่งยังต้องอยู่ในตู้อบต่อไป
ช่วงที่อยู่ รพ หลายวันนี้ฉันได้เพื่อนใหม่หลายคนมาก ที่เป็นแม่ๆด้วยกันและแต่ละคนก็มีปัญหาแตกต่างออกไป
ทำให้เข้าอกเข้าใจความรู้สึกของกันและกันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเศร้าแค่ไหน
เราต่างก็พยายามหาเรื่องสนุกสนานคุยกัน และบางทีก็ปลอบโยนกันเองและร้องให้ตามกันบ้าง
ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีช่วงเวลาแบบนี้ ที่มีทั้งดีและแย่ปนกัน และได้เห็นมิตรภาพที่อบอุ่นงอกงาม
ในวันที่หัวใจห่อเหี่ยว และเรามองหน้ากันก็ได้แต่คิดและหวังว่าจะอดทนเพื่อลูกเหมือน
บางคนได้อยู่ที่นั่นเพื่อลูกเป็นเดือนๆ
บางคนลูกคลอดออกมาเพียงแค่700กรัม และเลี้ยงลูกทุกวันด้วยน้ำตาเพราะกลัวลูกจากไป
บางคนลูกคลอดออกมาสมบูรณ์มาก 3800กรัม แต่ลูกหยุดหายใจไปพักหนึ่ง หมอช่วยกลับมาได้แต่
ลูกติดเชื้อในกระแสเลือด
บางคนไม่สบายมากก่อนคลอด พอคลอดเสร็จแม่ไปรักษาตัวและ อีกเจ็ดวันถัดมาแม่เสีย(ฉันแอบร้องให้ตามเขา)
บางคนคลอดเสร็จลูกมาอยู่ที่ห้องเด็กอ่อน แม่อยู่ห้องไอซียูเพราะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย(ฉันเศร้ามาก)
บางคนไม่เรียกว่าคลอด เรียกว่าแท้งเพราะ ออกมาตอน 6เดือน แต่ก็รอดมาได้ แม้จะมีปัญหามากมายตามมา
ฉันรู้สึกขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตฉันในช่วงเวลายากๆนี้
ได้สัมผัส และโอบกอดกันบ้าง ขอบคุณกำลังใจดีๆและมิตรภาพ
วันที่10 เราสองคนได้กลับบ้านแบบไม่ตั้งใจ เพราะหมอเกิดอาการสงสารแม่อย่างฉัน
กับน้ำตาที่ไหลในแต่ละวันที่หมอมาเยี่ยมไข้ หมอใจดีและน่ารักมาก
หมอว่าอยากกลับบ้านไหมคะคุณแม่ ฉันตอบแบบไม่ลังเลว่า ที่สุดเลยคะ
หมอเลยว่างั้นหมอให้กลับบ้านได้คะแต่ต้องมาหาหมออีกบ่อยๆ
พาลูกกลับบ้านด้วยน้ำหนักตัว 1750 กรัม
เราแม่ลูกกลับบ้านท่ามกลางความดีใจของปู่ ย่าและทุกๆคน
ตั้งแต่คลอดไม่เคยมีใครได้เห็นหน้าลูกมาก่อน แม้จะมาเยี่ยมแม่ที่ รพ บ่อยๆก็ตาม
ปู่ยืนน้ำตาซึมหน้าบ้าน และฉันก็น้ำตาไหลอีก
กลับบมาอยู่บ้านได้สี่วันเราสองคนแม่ลูกก็ต้องกลับไปนอน รพ ใกล้บ้านอีก
เพราะลูกตัวเหลือง คราวนี้อยู่ตู้อบสองวัน ทำให้น้ำหนักที่ขึ้นมาแล้วเกือบจะเท่าเดิมลดลงไปอีก
และลูกถูกเจาะเลือดทุกวัน บางวันเจาะไม่ออกมาต้องเจาะกันสามสี่เข็มถึงจะได้หนึ่งหลอดเล็ก
แม่ร้องให้จนเป็นลมไป
สองวันถัดมาครบกำหนดหมอนัด ที่ รพ ประจำจังหวัด คราวนี้ลูกถูกเจาะเลือดอีกสองครั้ง
เพราะครั้งแรกเจาะไป(สองครั้งถึงจะได้เลือด)แล้วแต่เกิดการผิดพลาดไม่ตรงตามคำสั่งหมอ
ต้องกลับมาเจาะใหม่อีกสามเข็ม แม่ร้องให้จนพ่อบอกแม่อย่างโมโหมากว่า "พอแล้วไม่ต้องเจาะพาลูกกลับบ้านเลย"
หมอว่าลูกไม่เหลืองเท่าไหร่แล้วแต่ซีดเพราะเกร็ดเลือดต่ำ
และตัวแม่เองก็ซีดเช่นกันต้องบำรุงเลือดให้มาก
วันนี้...การไป รพ เป็นเรื่องที่สะเทือนใจมากของแม่
แต่ขอให้ลูกรู้เอาไว้แม่จะเข้มแข็งให้มากที่สุดเพื่อลูก
ขอให้ลูกของแม่ปลอดภัย
ด้วยตัวเอง ที่ห้องเด็กอ่อน
ได้เห็นและได้สัมผัสลูก แต่ก็ไม่อาจช่วยอะไรได้ นอกจากยืนน้ำตาไหล
สามวันแรกเราแม่ลุกไม่ได้สัมผัสกันเลยแม้แต่น้อย
ผ่านไปวันที่สี่ถึงจะได้อุ้มลูกที่ตัวเล็กมากมาอยู่ในอ้อมแขนของตัวเอง
และเริ่มให้นมลูกในวันนั้นด้วยเช่นกัน
มีแม่ๆและทารกน้อย ในห้องนั้นราวสามสิบชีวิต ที่ประสบปัญหาที่หนักกว่าเราบ้างน้อยกว่าเราบ้าง
บางครั้งอดน้ำตาไหลแทนคนอื่นไม่ได้
ลูกอยู่ในตู้อบแทบทุกวันทำให้ต้องบีบนมและใส่ช้อนคอยป้อนให้ลูกกินเป็นเวลา
ทุกวันที่นอน รพ มีเธอ อยู่เป็นเพื่อน(นอนห้องพิเศษ)แต่เธอคงเคลียดเพราะไม่สามารถ
ทำอะไรได้นอกจากไปเยี่ยมลูกได้วันละครึ่งชั่วโมงเท่านั้น และะรอฉันกลับมานั่งเล่าเรื่องราวให้ฟังทุกวัน
พอวันที่สี่หมอบอกว่าฉันสามารถกลับบ้านได้แต่จะย้ายไปอยู่ตึกเดียวกับลูกและดูแลลูกก็ได้
แต่เธอก็ยังห่วงว่าฉันอาจดูแลตัวเองไม่ได้เพราะแผลที่ผ่าตัดยังไม่หายดี
เธอดึงดันที่จะอยู่ห้องพิเศษต่อเพื่อที่จะอยู่ด้วยกัน ฉันอดสงสารเธอไม่ได้ เพราะการที่ได้แต่ยืนดูอยู่เฉยๆ
ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านั้น ทำให้รู้สึกแย่กว่ากันมากนัก
ฉันจึงพยายามหลายครั้งมากที่ให้เธอกลับบ้านก่อน
วันที่หกลูกตัวเหลืองมาก หมอว่าต้องถ่ายเลือด ในขณะที่พยาบาลเริ่มเจาะเข็มเพื่อเตรียมให้เลือด
แม่ก็ไม่มีสติพอที่จะอดทนดูอยู่ได้ ออกมานั่งปิดหน้าร้องให้อย่างหนัก
คิดไม่ถึงว่าอาการของลูกจะมากมายขนาดนั้น มีแม่ๆหลายๆคนมานั่งปลอบใจอยู่ใกล้ๆ
และทำให้มองย้อนกลับไปว่ายังมีคนอื่นแย่กว่าที่เราเป็นมากนัก และฉันต้องเข้มแข็งเพื่อลูก
บางวันลูกตัวร้อนมากและมีไข้ขึ้นเพราะการส่องไฟ บางวันลูกตัวเย็นมาก ซึ่งเป็นอาการที่น่ากลัวกว่าตัวร้อนมาก
เพราะอาจหน้าเขียวและช็อคได้ ต้องทำให้ลูกร้องและตัวอุ่น
ช่วงที่อยู่ในตู้อบลูกน้ำหนักจะลดลงเรื่อยๆ จาก 2010กรัม จนลงมาถึง 1750กรัม
จนฉันอดน้ำตาไหลบ่อยๆไม่ได้ เพราะทุกวันลูกจะต้องโดนเจาะเลือดตามแขนและขาไม่ต่ำกว่าวันละ 4เข็ม
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทรมานมากสำหรับฉัน
หลังจากที่ถ่ายเลือดแล้วลูกมีอาการดีขึ้นมาบ้างแต่ก็ยังมีอาการตัวเหลืองซึ่งยังต้องอยู่ในตู้อบต่อไป
ช่วงที่อยู่ รพ หลายวันนี้ฉันได้เพื่อนใหม่หลายคนมาก ที่เป็นแม่ๆด้วยกันและแต่ละคนก็มีปัญหาแตกต่างออกไป
ทำให้เข้าอกเข้าใจความรู้สึกของกันและกันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเศร้าแค่ไหน
เราต่างก็พยายามหาเรื่องสนุกสนานคุยกัน และบางทีก็ปลอบโยนกันเองและร้องให้ตามกันบ้าง
ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีช่วงเวลาแบบนี้ ที่มีทั้งดีและแย่ปนกัน และได้เห็นมิตรภาพที่อบอุ่นงอกงาม
ในวันที่หัวใจห่อเหี่ยว และเรามองหน้ากันก็ได้แต่คิดและหวังว่าจะอดทนเพื่อลูกเหมือน
บางคนได้อยู่ที่นั่นเพื่อลูกเป็นเดือนๆ
บางคนลูกคลอดออกมาเพียงแค่700กรัม และเลี้ยงลูกทุกวันด้วยน้ำตาเพราะกลัวลูกจากไป
บางคนลูกคลอดออกมาสมบูรณ์มาก 3800กรัม แต่ลูกหยุดหายใจไปพักหนึ่ง หมอช่วยกลับมาได้แต่
ลูกติดเชื้อในกระแสเลือด
บางคนไม่สบายมากก่อนคลอด พอคลอดเสร็จแม่ไปรักษาตัวและ อีกเจ็ดวันถัดมาแม่เสีย(ฉันแอบร้องให้ตามเขา)
บางคนคลอดเสร็จลูกมาอยู่ที่ห้องเด็กอ่อน แม่อยู่ห้องไอซียูเพราะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย(ฉันเศร้ามาก)
บางคนไม่เรียกว่าคลอด เรียกว่าแท้งเพราะ ออกมาตอน 6เดือน แต่ก็รอดมาได้ แม้จะมีปัญหามากมายตามมา
ฉันรู้สึกขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตฉันในช่วงเวลายากๆนี้
ได้สัมผัส และโอบกอดกันบ้าง ขอบคุณกำลังใจดีๆและมิตรภาพ
วันที่10 เราสองคนได้กลับบ้านแบบไม่ตั้งใจ เพราะหมอเกิดอาการสงสารแม่อย่างฉัน
กับน้ำตาที่ไหลในแต่ละวันที่หมอมาเยี่ยมไข้ หมอใจดีและน่ารักมาก
หมอว่าอยากกลับบ้านไหมคะคุณแม่ ฉันตอบแบบไม่ลังเลว่า ที่สุดเลยคะ
หมอเลยว่างั้นหมอให้กลับบ้านได้คะแต่ต้องมาหาหมออีกบ่อยๆ
พาลูกกลับบ้านด้วยน้ำหนักตัว 1750 กรัม
เราแม่ลูกกลับบ้านท่ามกลางความดีใจของปู่ ย่าและทุกๆคน
ตั้งแต่คลอดไม่เคยมีใครได้เห็นหน้าลูกมาก่อน แม้จะมาเยี่ยมแม่ที่ รพ บ่อยๆก็ตาม
ปู่ยืนน้ำตาซึมหน้าบ้าน และฉันก็น้ำตาไหลอีก
กลับบมาอยู่บ้านได้สี่วันเราสองคนแม่ลูกก็ต้องกลับไปนอน รพ ใกล้บ้านอีก
เพราะลูกตัวเหลือง คราวนี้อยู่ตู้อบสองวัน ทำให้น้ำหนักที่ขึ้นมาแล้วเกือบจะเท่าเดิมลดลงไปอีก
และลูกถูกเจาะเลือดทุกวัน บางวันเจาะไม่ออกมาต้องเจาะกันสามสี่เข็มถึงจะได้หนึ่งหลอดเล็ก
แม่ร้องให้จนเป็นลมไป
สองวันถัดมาครบกำหนดหมอนัด ที่ รพ ประจำจังหวัด คราวนี้ลูกถูกเจาะเลือดอีกสองครั้ง
เพราะครั้งแรกเจาะไป(สองครั้งถึงจะได้เลือด)แล้วแต่เกิดการผิดพลาดไม่ตรงตามคำสั่งหมอ
ต้องกลับมาเจาะใหม่อีกสามเข็ม แม่ร้องให้จนพ่อบอกแม่อย่างโมโหมากว่า "พอแล้วไม่ต้องเจาะพาลูกกลับบ้านเลย"
หมอว่าลูกไม่เหลืองเท่าไหร่แล้วแต่ซีดเพราะเกร็ดเลือดต่ำ
และตัวแม่เองก็ซีดเช่นกันต้องบำรุงเลือดให้มาก
วันนี้...การไป รพ เป็นเรื่องที่สะเทือนใจมากของแม่
แต่ขอให้ลูกรู้เอาไว้แม่จะเข้มแข็งให้มากที่สุดเพื่อลูก
ขอให้ลูกของแม่ปลอดภัย
edit @ 15 May 2012 20:17:56 by you and me