ใจดีผิดที่ผิดทาง ผิดคน
posted on 30 Jan 2012 17:55 by homesweethomeมือถือที่ซื้อได้ไม่ถึงหกเดือน (nokia)หายขณะที่วางไว้ในบ้าน ฉันเซ็งเพราะคบเด็กสร้างบ้าน
ไม่อยากคิดแบบนี้ เพราะมีคนกล่าวเอาไว้ว่า ของหายกลายเป็นบาป
เพราะจับมือใครดมไม่ได้ แต่คนที่เป็นเจ้าของความเสียหายนั่นย่อมคิดได้ทุกอย่างมิผิดหรอก
ทั้งๆที่ใครๆก็เตือนว่าอย่าไว้ใจ(เด็กคนนั้น)ไม่เว้นแม้แต่เธอเอง
แต่ฉันก็ยังวางเฉย รับฟังไว้แต่ก็ไม่จับผิดอะไร ..และดูเหมือนจะให้ความเอ็นดูเด็กนั่นยิ่งกว่าใครๆทั้งหมด
เป็นเพราะคิดว่าการให้ คือการรักษาสิ่งแย่ๆบางอย่าง
ให้ใจ เอาจะได้ใจ
ให้ความรู้สึกดี เราจะได้รอยยิ้มกลับมา
ให้โอกาส เราได้เด็กดีเพิ่มขึ้นหนึ่งคน
แต่ทุกอย่างไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะทุกคนคิดได้ไม่เท่ากัน
พอเจอเข้าจังๆ มือถือที่ตั้งเอาไว้ที่เดิม บนชั้นหนังสือแถวทางเดินในบ้าน
หายไป ทั้งๆที่จำได้ว่าไม่ได้พกพาไปไหน
ตื่นเช้ามาโทรหาสามี ตอน6โมงครึ่งครั้งหนึ่งและวางเอาไว้ที่เดิม
มารู้ตัวอีกทีตอนสาย 9โมงครึ่งเพราะตั้งใจจะโทรหาสามีอีกครั้งหนึ่ง
พอหาไม่เจอก็โทรเข้ามือถือตัวเอง มันปิดไปแล้ว
เดินหาตามที่ๆตัวเองไปมาในระยะเวลานั้นๆ จนทั่วก็ไม่พบ
แล้วพอเกริ่นถามใครๆในบ้านทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันหายแน่นอน
เธอกลับมาบ้านและพอเล่าเรื่องให้ฟังเธอก็แน่ใจเหมือนคนอื่นๆว่า มันหายไปแล้วแน่นอน
เธอโกรธและจะไปค้น(บ้านเด็กนั่น)เดี๋ยวนั้น ฉันแม้จะเซ็งแต่ก็คิดว่านั่นคือเรื่องใหญ่
หากไปค้นบ้านเขาแม้บ้านจะอยู่ติดกันก็ตาม
จึงปล่อยทุกอย่างเลยตามเลย
เสียความรู้สึก แต่ที่เสียดายมากกว่าคือ ข้อมูลเพื่อนๆภายในซิมนั้นเยอะมากมากจริงๆ
ฉันว่า(ให้เด็กนั่นได้ยิน)มือถืออยากได้ก็เอาไปแต่ขอซิมคืน
....
วันรุ่งขึ้น เรื่องที่ทำให้เสียความรู้สึกเรื่องที่สองก็เกิดอีก
พี่คนหนึ่ง รู้จักกันดี เพราะสนิทกับญาติของเธอ
น้ำมันรถมอเตอไซด์เกิดหมดและมาขอยืมมอเตอไซด์เพื่อไปซื้อน้ำมันใส่รถและเขาเป็นคนบอกเองว่าปั๊มที่อยู่หน้าบ้านเสีย
บังเอิญ มอเตอไซด์ที่มีอยู่ทั้งหมดสามคันถูกนำไปใช้หมด เหลือแต่รถยนตร์(จะให้คงเรื่องใหญ่ แหะ)
ความใจดี(เธอว่า)เลยให้ยืมน้ำมันที่มีอยู่ในถังเพราะพ่อสามีซื้อไว้ใส่เครื่องตัดหญ้าที่ต้องใช้ทุกวัน
แต่บอกพี่เขาไปว่า จำเป็นต้องใช้ทุกวันขอให้ไปซื้อมาคืนจะได้ไหมเพราะอันตัวฉันเองออกไปซื้อก็ลำบากจริงๆ
เพราะท้องก็ใหญ่และที่ๆจะซื้อได้ก็ไกลจริงๆ
พี่คนนั้นใช้น้ำมันที่มีอยู่เยอะมากไปจนหมด ทั้งๆที่ฉันคิดอยู่ในใจว่าเขาคงเติมเท่าที่จะสามารถไปได้จริงๆ
และเขาก็ไปซื้อมาให้จากร้านที่ขายน้ำมันราคาแพงกว่าปั๊ม แต่ซื้อให้ไม่ถึงลิตรและบอกว่าไม่ได้พกสตางค์มา
ทั้งๆที่พี่เขาก็รู้จักกันและขับรถผ่านร้านนั้นทุกวัน วันละหลายๆรอบ
ฉันทั้งเซ็ง และงง ทำไมไม่ขอกันเฉยๆจะได้ให้และไม่เสียความรู้สึกอะไรเลย
ไม่อยากคิดแบบนี้ เพราะมีคนกล่าวเอาไว้ว่า ของหายกลายเป็นบาป
เพราะจับมือใครดมไม่ได้ แต่คนที่เป็นเจ้าของความเสียหายนั่นย่อมคิดได้ทุกอย่างมิผิดหรอก
ทั้งๆที่ใครๆก็เตือนว่าอย่าไว้ใจ(เด็กคนนั้น)ไม่เว้นแม้แต่เธอเอง
แต่ฉันก็ยังวางเฉย รับฟังไว้แต่ก็ไม่จับผิดอะไร ..และดูเหมือนจะให้ความเอ็นดูเด็กนั่นยิ่งกว่าใครๆทั้งหมด
เป็นเพราะคิดว่าการให้ คือการรักษาสิ่งแย่ๆบางอย่าง
ให้ใจ เอาจะได้ใจ
ให้ความรู้สึกดี เราจะได้รอยยิ้มกลับมา
ให้โอกาส เราได้เด็กดีเพิ่มขึ้นหนึ่งคน
แต่ทุกอย่างไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะทุกคนคิดได้ไม่เท่ากัน
พอเจอเข้าจังๆ มือถือที่ตั้งเอาไว้ที่เดิม บนชั้นหนังสือแถวทางเดินในบ้าน
หายไป ทั้งๆที่จำได้ว่าไม่ได้พกพาไปไหน
ตื่นเช้ามาโทรหาสามี ตอน6โมงครึ่งครั้งหนึ่งและวางเอาไว้ที่เดิม
มารู้ตัวอีกทีตอนสาย 9โมงครึ่งเพราะตั้งใจจะโทรหาสามีอีกครั้งหนึ่ง
พอหาไม่เจอก็โทรเข้ามือถือตัวเอง มันปิดไปแล้ว
เดินหาตามที่ๆตัวเองไปมาในระยะเวลานั้นๆ จนทั่วก็ไม่พบ
แล้วพอเกริ่นถามใครๆในบ้านทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันหายแน่นอน
เธอกลับมาบ้านและพอเล่าเรื่องให้ฟังเธอก็แน่ใจเหมือนคนอื่นๆว่า มันหายไปแล้วแน่นอน
เธอโกรธและจะไปค้น(บ้านเด็กนั่น)เดี๋ยวนั้น ฉันแม้จะเซ็งแต่ก็คิดว่านั่นคือเรื่องใหญ่
หากไปค้นบ้านเขาแม้บ้านจะอยู่ติดกันก็ตาม
จึงปล่อยทุกอย่างเลยตามเลย
เสียความรู้สึก แต่ที่เสียดายมากกว่าคือ ข้อมูลเพื่อนๆภายในซิมนั้นเยอะมากมากจริงๆ
ฉันว่า(ให้เด็กนั่นได้ยิน)มือถืออยากได้ก็เอาไปแต่ขอซิมคืน
....
วันรุ่งขึ้น เรื่องที่ทำให้เสียความรู้สึกเรื่องที่สองก็เกิดอีก
พี่คนหนึ่ง รู้จักกันดี เพราะสนิทกับญาติของเธอ
น้ำมันรถมอเตอไซด์เกิดหมดและมาขอยืมมอเตอไซด์เพื่อไปซื้อน้ำมันใส่รถและเขาเป็นคนบอกเองว่าปั๊มที่อยู่หน้าบ้านเสีย
บังเอิญ มอเตอไซด์ที่มีอยู่ทั้งหมดสามคันถูกนำไปใช้หมด เหลือแต่รถยนตร์(จะให้คงเรื่องใหญ่ แหะ)
ความใจดี(เธอว่า)เลยให้ยืมน้ำมันที่มีอยู่ในถังเพราะพ่อสามีซื้อไว้ใส่เครื่องตัดหญ้าที่ต้องใช้ทุกวัน
แต่บอกพี่เขาไปว่า จำเป็นต้องใช้ทุกวันขอให้ไปซื้อมาคืนจะได้ไหมเพราะอันตัวฉันเองออกไปซื้อก็ลำบากจริงๆ
เพราะท้องก็ใหญ่และที่ๆจะซื้อได้ก็ไกลจริงๆ
พี่คนนั้นใช้น้ำมันที่มีอยู่เยอะมากไปจนหมด ทั้งๆที่ฉันคิดอยู่ในใจว่าเขาคงเติมเท่าที่จะสามารถไปได้จริงๆ
และเขาก็ไปซื้อมาให้จากร้านที่ขายน้ำมันราคาแพงกว่าปั๊ม แต่ซื้อให้ไม่ถึงลิตรและบอกว่าไม่ได้พกสตางค์มา
ทั้งๆที่พี่เขาก็รู้จักกันและขับรถผ่านร้านนั้นทุกวัน วันละหลายๆรอบ
ฉันทั้งเซ็ง และงง ทำไมไม่ขอกันเฉยๆจะได้ให้และไม่เสียความรู้สึกอะไรเลย